เทศบัญญัติ

บันทึกหลักการและเหตุผล
ประกอบร่างเทศบัญญัติเทศบาลนครสมุทรปราการ
เรื่อง การควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสุนัข
พ.ศ. ๒๕๕๖

หลักการ

      ตามมาตรา ๒๙ แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.๒๕๓๕ ได้กำหนดให้อำนาจ ราชการส่วนท้องถิ่นในการตราข้อกำหนดของท้องถิ่น เพื่อประโยชน์ในการรักษาสภาวะความเป็นอยู่ ที่เหมาะสมกับการดำรงชีพของประชาชนในท้องถิ่น หรือเพื่อป้องกันอันตรายจากเชื้อโรคที่เกิดจากสัตว์ โดยกำหนดให้ส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดของพื้นที่ในเขตอำนาจของราชการส่วนท้องถิ่นนั้นเป็นเขตควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ และอาจกำหนดให้เป็นเขตห้ามเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์บางชนิดหรือ บางประเภทโดยเด็ดขาด หรือไม่เกินจำนวนที่กำหนด หรือเป็นเขตที่การเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์บางชนิดหรือบางประเภทต้องอยู่ภายใต้มาตรการอย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้

เหตุผล

      เพื่อประโยชน์ในการรักษาสภาวะความเป็นอยู่ที่เหมาะสมกับการดำรงชีพของประชาชน ป้องกันและแก้ไขปัญหาสุนัขจรจัด ควบคุมไม่ให้สุนัขก่อเหตุรำคาญ ป้องกันไม่ให้สุนัขทำร้ายผู้อื่น ป้องกันอันตรายจากเชื้อโรคที่เกิดจากสุนัข และดูแลความเป็นอยู่ตลอดจนสุขภาพของสุนัข โดยการจัดทำทะเบียนสุนัขที่เลี้ยงในเขตพื้นที่เทศบาลนครสมุทรปราการ จึงจำเป็นต้องตราเทศบัญญัตินี้




เทศบัญญัติเทศบาลนครสมุทรปราการ
เรื่อง การควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสุนัข
พ.ศ. ๒๕๕๖

      โดยที่เป็นการสมควรตราเทศบัญญัติเทศบาลนครสมุทรปราการว่าด้วยการควบคุมการเลี้ยง หรือปล่อยสุนัข
      อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๖๐ แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ.๒๔๙๖ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๑๐ ประกอบกับมาตรา ๒๙มาตรา ๓๐ แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕ อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติ บางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ มาตรา ๓๓ มาตรา ๓๔ มาตรา ๔๑ และมาตรา ๔๓ แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เทศบาลนครสมุทรปราการโดยความเห็นชอบของสภาเทศบาลนครสมุทรปราการ และผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ จึงตราเทศบัญญัติไว้ดังต่อไปนี้

      ข้อ ๑ เทศบัญญัตินี้เรียกว่า “เทศบัญญัติเทศบาลนครสมุทรปราการ เรื่อง การควบคุม การเลี้ยงหรือปล่อยสุนัข พ.ศ. ๒๕๕๖”
      ข้อ ๒เทศบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับในเขตเทศบาลนครสมุทรปราการเมื่อประกาศไว้โดยเปิดเผยที่สำนักงานเทศบาลนครสมุทรปราการแล้วเจ็ดวัน
      ข้อ ๓ บรรดาเทศบัญญัติ กฎ ข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศ หรือคำสั่งอื่นใดในส่วนที่ได้กำหนดไว้แล้วในเทศบัญญัตินี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับเทศบัญญัตินี้ ให้ใช้เทศบัญญัตินี้แทน
      ข้อ ๔ เทศบัญญัตินี้ไม่ใช้บังคับกับสุนัขของทางราชการ
      ข้อ ๕ ในเทศบัญญัตินี้
      “เจ้าของสุนัข” หมายความว่า ผู้ที่นำสุนัขมาเลี้ยง รวมถึงผู้ครอบครองสุนัข หรือผู้ให้อาหารสุนัขเป็นประจำด้วย
      “สถานที่เลี้ยง” หมายความว่า บริเวณที่อยู่ประจำของสุนัขซึ่งอยู่ในความคุ้มครองดูแลของเจ้าของสุนัข
      “เจ้าพนักงานท้องถิ่น” หมายความว่า นายกเทศมนตรีนครสมุทรปราการ
      “เจ้าพนักงานสาธารณสุข” หมายความว่า เจ้าพนักงานซึ่งได้รับแต่งตั้งจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขตามมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕
      “พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า พนักงานเทศบาลนครสมุทรปราการซึ่งได้รับแต่งตั้ง จากเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามมาตรา ๔๔ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕
      “ที่หรือทางสาธารณะ” หมายความว่า สถานที่หรือทางซึ่งไม่ใช่เป็นของเอกชนและประชาชนสามารถใช้ประโยชน์หรือสัญจรได้
      “สัตวแพทย์” หมายความว่า พนักงานเทศบาลนครสมุทรปราการซึ่งดำรงตำแหน่งนายสัตวแพทย์ หรือสัตวแพทย์ที่ได้รับอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ ชั้น ๑

-๒-
      “ใบรับรอง” หมายความว่า เอกสารรับรองรูปพรรณสัณฐานสุนัขซึ่งออกโดยโรงพยาบาลสัตว์สังกัดเทศบาลนครสมุทรปราการ หรือโรงพยาบาลสัตว์ที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาลสัตว์
      “การจดทะเบียนสุนัข” หมายความว่า การนำใบรับรองสุนัขไปแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เพื่อบันทึกจัดทำทะเบียนประวัติและรายละเอียดรูปพรรณสัณฐานของสุนัข
      “สิ่งปฏิกูล” หมายความว่า อุจจาระหรือปัสสาวะของสุนัข รวมถึงสิ่งอื่นใดซึ่งเป็นสิ่งโสโครก หรือมีกลิ่นเหม็นอันเกิดจากสุนัข
      “เทศบาล” หมายความว่า เทศบาลนครสมุทรปราการ
      “นายกเทศมนตรี” หมายความว่า นายกเทศมนตรีนครสมุทรปราการ
      ข้อ ๖ ให้นายกเทศมนตรีรักษาการตามเทศบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออกระเบียบ ประกาศ คำสั่ง เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามเทศบัญญัตินี้


หมวด ๑
บททั่วไป

      ข้อ ๗ ให้เขตเทศบาลนครสมุทรปราการเป็นเขตควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสุนัข
      ข้อ ๘ ห้ามผู้ใดเลี้ยงหรือปล่อยสุนัขในที่หรือทางสาธารณะหรือในที่อื่นใดนอกสถานที่เลี้ยงในเขตเทศบาลโดยเด็ดขาด
      ข้อ ๙ การดำเนินการตามที่กำหนดไว้ในเทศบัญญัตินี้ หากเจ้าของสุนัขไม่สามารถดำเนินการเองได้ สามารถมอบอำนาจให้บุคคลอื่นดำเนินการแทน โดยมีหนังสือมอบอำนาจมาแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่


หมวด ๒
การจดทะเบียนสุนัข

      ข้อ ๑๐ ให้เจ้าของสุนัขดำเนินการขอจดทะเบียนสุนัขต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สถานที่ ที่นายกเทศมนตรีประกาศกำหนด ภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่สุนัขเกิด หรือภายในสามสิบวันนับแต่วันที่นำสุนัขมาเลี้ยงในเขตเทศบาล พร้อมเอกสารหลักฐาน ดังต่อไปนี้
      (๑) ใบรับรอง ตามที่บัญญัติไว้ในข้อ ๕ แห่งเทศบัญญัตินี้
      (๒) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของเจ้าของสุนัข พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
      (๓) สำเนาทะเบียนบ้านที่ใช้เป็นสถานที่เลี้ยงสุนัข พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
      (๔) หนังสือยินยอมให้ใช้เป็นสถานที่เลี้ยงสุนัข ในกรณีที่เจ้าของสุนัขไม่ใช่เจ้าของบ้านที่ใช้เป็นสถานที่เลี้ยงสุนัข
      (๕) เอกสารที่แสดงว่ามีการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้ามาแล้วไม่เกินหนึ่งปี (ถ้ามี)
      (๖) เอกสารที่แสดงว่ามีการผ่าตัดทำหมันโดยสัตวแพทย์ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ (ถ้ามี)
      (๗) หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)
      ข้อ ๑๑ แบบคำขอจดทะเบียนสุนัข แบบบัตรประจำตัวสุนัข และแบบพิมพ์อื่นๆ ให้เป็นไปตามแบบที่นายกเทศมนตรีประกาศกำหนด

-๓-
      ข้อ ๑๒ ในกรณีต่อไปนี้ เจ้าของสุนัขต้องแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่รู้ถึงเหตุนั้น
      (๑) เมื่อมีการย้ายที่อยู่ของสุนัข
      (๒) เมื่อบัตรประจำตัวสุนัขสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ
      ข้อ ๑๓ ในกรณีต่อไปนี้ เจ้าของสุนัขต้องแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในสามวันนับแต่ วันที่รู้ถึงเหตุนั้น
      (๑) เมื่อมีกรณีที่สุนัขทำร้ายคน หรือ เมื่อสุนัขมีพฤติกรรมดุร้าย
      (๒) เมื่อสุนัขตาย
      (๓) เมื่อสุนัขหาย


หมวด ๓
การควบคุมการเลี้ยงสุนัข

      ข้อ ๑๔ ในการเลี้ยงสุนัข ให้เจ้าของสุนัขปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ ดังนี้
      (๑) จัดสถานที่เลี้ยงให้เหมาะสมแก่การดำรงชีวิตอยู่ของสุนัข มีแสงสว่าง การระบายอากาศ การระบายน้ำ และการกำจัดสิ่งปฏิกูล อย่างถูกสุขลักษณะ
      (๒) ควบคุมไม่ให้สุนัขออกนอกสถานที่เลี้ยงโดยปราศจากการควบคุม
      (๓) ควบคุมไม่ให้สุนัขก่อเหตุรำคาญ เช่น ก่อให้เกิดเสียงดังติดต่อกันเป็นเวลานาน
      (๔) รักษาสถานที่เลี้ยงสุนัขให้สะอาดอยู่เสมอ จัดเก็บสิ่งปฏิกูลให้ถูกสุขลักษณะเป็นประจำ ไม่ปล่อยให้เป็นที่สะสมหมักหมมจนเกิดกลิ่นเหม็นรบกวนผู้ที่อยู่บริเวณใกล้เคียง
      (๕) รับผิดชอบต่อความเป็นอยู่ของสุนัข เช่น เรื่องอาหาร ความสะอาด เป็นต้น ถ้าเจ้าของสุนัขไม่สามารถเลี้ยงสุนัขได้เป็นการชั่วคราว จะต้องจัดให้มีผู้ดูแลความเป็นอยู่ของสุนัขให้เป็นปกติสุข
      (๖) เมื่อสุนัขตาย เจ้าของสุนัขจะต้องกำจัดซากสุนัขให้ถูกสุขลักษณะ เพื่อป้องกันไม่ให้ เป็นแหล่งเพาะพันธุ์แมลงหรือสัตว์นำโรค ทั้งนี้โดยวิธีที่ไม่ก่อเหตุรำคาญ และไม่เป็นเหตุให้เกิดการปนเปื้อนของแหล่งน้ำ
      (๗) จัดให้มีการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคสุนัข เพื่อป้องกันอันตรายจากเชื้อโรคที่เกิดจากสุนัขสู่คน
      (๘) ในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าสุนัขที่เลี้ยงเป็นโรคอันอาจเป็นอันตรายแก่สุขภาพ ของประชาชน ให้เจ้าของสุนัขแยกกักสุนัขนั้นไว้ต่างหากแล้วแจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบ และปฏิบัติตามคำแนะนำของสัตวแพทย์หรือพนักงานเจ้าหน้าที่
      (๙) แสดงบัตรประจำตัวสุนัขหรือเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับสุนัขเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ร้องขอ และอำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ในการตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่ที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุขและเทศบัญญัตินี้
      (๑๐) ปฏิบัติการอื่นตามคำแนะนำของพนักงานเจ้าหน้าที่ เจ้าพนักงานสาธารณสุข หรือ เจ้าพนักงานท้องถิ่น
      ข้อ ๑๕ เจ้าของสุนัขมีหน้าที่กำจัดสิ่งปฏิกูลอันเกิดจากสุนัขในที่หรือทางสาธารณะ หรือในที่อื่นใดในเขตเทศบาลโดยทันที

-๔-
      ข้อ ๑๖ หากเจ้าของสุนัขไม่ประสงค์จะเลี้ยงสุนัขอีกต่อไป ต้องมอบสุนัขพร้อมบัตรประจำตัวสุนัขให้บุคคลอื่นเป็นเจ้าของสุนัขแทน และเจ้าของใหม่จะต้องแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่รับมอบสุนัข


หมวด ๔
การนำสุนัขออกนอกสถานที่เลี้ยง

      ข้อ ๑๗ ให้ผู้นำสุนัขไปในที่หรือทางสาธารณะ ปฏิบัติดังนี้
      (๑) นำบัตรประจำตัวสุนัขติดตัวไปด้วย และแสดงบัตรประจำตัวสุนัขเมื่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น เจ้าพนักงานสาธารณสุข หรือพนักงานเจ้าหน้าที่เรียกตรวจ
      (๒) ควบคุมสุนัขด้วยเครื่องควบคุม หรือผูกสายลากจูงสุนัขที่มีความแข็งแรงเพียงพอ เช่น ใส่อุปกรณ์ครอบปากสุนัข จับสายลากจูงสุนัขห่างจากตัวสุนัขไม่เกินห้าสิบเซนติเมตร เพื่อสามารถหยุดยั้งสุนัขไม่ให้ทำร้ายผู้อื่นหรือก่อให้เกิดความเสียหายกับสิ่งของสาธารณะหรือของบุคคลอื่นได้ทันท่วงที
      ความใน (๒) ไม่ให้ใช้บังคับกับกรณีดังต่อไปนี้
      ๑) ขณะที่สุนัขอยู่ในระหว่างประกวด การแสดงหรือการประกอบกิจกรรมอื่นใดในทำนองเดียวกัน โดยผู้จัดงานมีมาตรการป้องกันไม่ให้สุนัขทำร้ายคน
      ๒) ขณะที่สุนัขอยู่ในการฝึกหัด โดยผู้ฝึกมีมาตรการป้องกันไม่ให้สุนัขทำร้ายคน
      ๓) ขณะที่สุนัขอยู่ในกรง ที่ขัง หรือเครื่องควบคุมอื่นใดที่มั่นคงแข็งแรงเพียงพอที่จะป้องกันไม่ให้สุนัขเข้าถึงบุคคลภายนอก


หมวด ๕
อำนาจหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่

      ข้อ ๑๘ ในกรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่พบสุนัขในที่หรือทางสาธารณะ หรือในเขตห้ามเลี้ยง หรือปล่อยสุนัขอันเป็นการฝ่าฝืนเทศบัญญัตินี้โดยไม่ปรากฏเจ้าของ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่กักสุนัขดังกล่าวไว้ และดำเนินการตามมาตรา ๓๐ แห่งพระราชบัญญัติสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕
      ข้อ ๑๙ เมื่อมีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการเลี้ยงสุนัข พนักงานเจ้าหน้าที่จะต้องไม่เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับผู้ร้องเรียน และเจ้าของสุนัขต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของพนักงานเจ้าหน้าที่ คำสั่งเจ้าพนักงานสาธารณสุข หรือเจ้าพนักงานท้องถิ่น


หมวด ๖
บทกำหนดโทษ

      ข้อ ๒๐ ผู้ใดฝ่าฝืนเทศบัญญัตินี้ มีความผิดตามมาตรา ๗๓ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕

บทเฉพาะกาล

      ข้อ ๒๑ ในระหว่างที่ยังไม่ได้ออกระเบียบ ประกาศ หรือคำสั่ง เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามเทศบัญญัตินี้ ให้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕
-๕-
      ข้อ ๒๒ การจดทะเบียนสุนัข การควบคุมการเลี้ยงสุนัข และการนำสุนัขออกนอกสถานที่เลี้ยง ซึ่งมีอยู่ก่อนเทศบัญญัตินี้หรือตามที่บัญญัติไว้ในเทศบัญญัตินี้ ให้เป็นไปตามเทศบัญญัตินี้ภายหลังจาก เทศบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับแล้วหนึ่งปี


ประกาศ ณ วันที่ ๑๑ เดือน มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๖
(ลงชื่อ) สัมพันธ์ เตชะเจริญกุล
(นายสัมพันธ์ เตชะเจริญกุล)
นายกเทศมนตรีนครสมุทรปราการ
เห็นชอบ
(ลงชื่อ) คณิต เอี่ยมระหงษ์
(นายคณิต เอี่ยมระหงษ์)
ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ